หลวงปู่สิม

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร เตือนมรณภัย

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร เตือนมรณภัย

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร เป็นครูบาอาจารย์อีกรูปหนึ่งซึ่งสั่งสอนและเตือนมรณภัยบ่อยมากที่สุด

เคยถาม หลวงปู่ ครั้งหนึ่งเกี่ยวกับความตาย

ถามคำถามว่ามนุษย์เราเมื่อจะสิ้นใจตายควรจะทำจิตยังไง

ท่านก็ว่า

“ให้ภาวนาพุทโธ จะได้ไม่กลัวตาย”

เคยมีคนกลัวเครื่องบินตก ขอคาถาสำหรับโดยสารเครื่องบิน

หลวงปู่ให้อาคมไว้ภาวนาระหว่างโดยสารเครื่องบินว่า

” ตกก็ตาย ไม่ตกก็ตาย “…

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระญาณสังวร ทรงดับไฟไหม้ช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนหลังวัดบวรฯ

สมเด็จพระญาณสังวร

สมเด็จพระญาณสังวร ชุมชนหลังวัดบวรฯโดยมากเป็นบ้านไม้แออัดเหมือนสลัม ทางสัญจรคับแคบ รถยนต์เข้าไม่ได้

วันหนึ่ง(ลืมวันเดือนปีไปแล้ว)เกิดเหตุ ไฟลุกชุมชน ข้างหลังวัดบวรฯ ผมได้เข้าไปช่วยเพื่อนขนของหนีไฟด้วย

ในขณะที่มีแต่ความชุลมุนวุ่นวาย ในใจก็คิดทราบว่าไฟจะต้องไหม้หมดทั้งชุมชนแน่
ด้วยเหตุว่าเป็นบ้านไม้แทบทั้งสิ้น
เป็นเชื้อไฟอย่างยอดเยี่ยม
และก็รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปดับไฟข้างในได้
เพราะเป็นเพียงซอยแคบๆที่รถยนต์ขนาดเล็กก็เข้ามิได้ แต่แล้วอยู่ๆไฟก็ดับลง

ภายหลังจากไฟดับแล้ว มีเสียงเอะอะต่อๆกันมาปากต่อปากดังเอะอะไปอีกทั้งตรอกว่าสมเด็จฯช่วยดับไฟ

ตอนแรกที่ได้ยิน นึกว่าสมเด็จฯอาจหิ้วถังสำหรับใส่น้ำมาสาดใส่ไฟ ช่วยประชาชนดับไฟอีกแรง

ภายหลังก็เลยรู้ดีว่าสมเด็จฯช่วยดับไฟนั้นโดยความเป็นจริงแล้วเกิดเรื่องอิทธิฤทธิ์

คือมีชาวบ้านหลายๆคนมองเห็น สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)ทรงออกมายืนดูไฟไหม้ชุมชนอยู่ข้างบนของอาคาร สว.ธรรมนิเวศ อย่างสงบเงียบ

เพียงแค่ไม่นานลมที่พัดโหมกระพือไฟก็หยุดสนิท

ต่อมาไม่นานไฟก็มอดดับลง

แหล่งที่มา Ampoljane.com 

พระราชวุฒาจารย์หลวงปู่ดูลย์

พระราชวุฒาจารย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล “จิตก่อนตาย”

พระราชวุฒาจารย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล “จิตก่อนตาย”

วิธีตกกระไดพลอยกระโจน โดย…พระราชวุฒาจารย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล เรื่องจิตก่อนตายนั้น สำคัญมาก หากเวลาดับจิต หากจิต”ดี” ก็ได้ไปที่ “ดีๆ” หากจิต “หมอง” จิต “ร้าย” ก็จะไปสู่ “อบายภพ” ที่ร้อนร้ายในทันใด…. ซึ่งจิตก่อนตายนี้ เป็นของไม่แน่นอน บังคับไม่ได้ แล้วแต่วาระหรือกรรมจะพาให้เป็นไป….

หลวงปู่ดูลย์อธิบายเรื่องของวัตถุมงคล

เป็นความจริงว่าครูบาอาจารย์สายกัมมัฏฐานส่วนใหญ่ไม่นิยมยินดีให้มีการสร้างวัตถุมงคล แต่ก็มีหลายท่านอนุญาตให้มีการสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาก็ด้วยเมตตาอนุโลมแก่สานุศิษย์ หลวงปู่ดูลย์ก็เช่นเดียวกัน ในส่วนของวัตถุมงคลนั้นท่านได้บอกว่า หลายคนยังเข้าไม่ถึงธรรม วัตถุมงคลก็มีส่วนช่วยให้เข้าถึงธรรมได้ง่าย เพราะเป็นสิ่งสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจอย่างหนึ่ง และเป็นการรักษากำลังใจให้แก่ผู้มาขอสร้าง ซึ่งท่านก็อนุโลมให้…

วัตถุมงคลหลวงปู่ดู่

วัตถุมงคลหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เหรียญเปิดโลก

วัตถุมงคลหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

เหรียญเปิดโลก วัตถุมงคลหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ

ความเป็นเหรียญเปิดโลก (ของหลวงปู่ดู่ วัดสะมึง) นั้นเป็นที่พึงพอใจรวมทั้งเลื่อมใสได้ ซึ่งถ้าเกิดจะนับว่าเป็น masterpiece ที่บรรดาวัตถุบูชาทั้งหลายที่หลวงปู่ดู่ได้ทำไว้ เหรียญเปิดโลกก็เป็น

ทั้งบอกได้เต็มปากว่าเป็นงานชิ้นในที่สุดที่ท่านทิ้งทวนเอาไว้

ก่อนที่จะกล่าวถึงมวลที่เรื่องทั้งหลายแหล่ เห็นจะจำเป็นต้องกล่าวขอบคุณมากคุณสุรรัตน์ นิโครธาความยินดี ที่ให้อีกทั้งเหรียญอีกทั้งรายละเอียดเพิ่มเติมจากที่เคยมีเคยทราบไว้ที่ตรงนี้

เริ่มได้
“ข้าอธิษฐานแบบเปิดสามโลกให้ จงเก็บ (พระ) ไว้ให้ดี ข้าตั้งใจทำมาก ถ้าข้าตายไปคงไม่มีใครตั้งใจทำพระให้แกเหมือนอย่างข้าอีก”
วาทะนี้เป็นของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งมีขึ้นภายหลังพิธีปลุกเสกพระเครื่องรุ่นนี้เสร็จสิ้นลง

“นี่เป็นความจริงที่ศิษย์ทุกคนไม่เคยลืม ท่านตั้งใจอธิษฐานพระทุกรุ่นทุกแบบ บางรุ่นบางครั้งท่านถึงกับหยิบมาเสกทีละองค์ จารทีจะละองค์ (ถ้าเป็นเหรียญ) และเอาดินสอขีดลากเพื่อตั้งองค์พระทีละองค์ (ถ้าเป็นพระผง) ท่านว่าอัญเชิญพระพุทธเจ้าลงปฏิสนธิ”
คุณสุรรัตน์อธิบายจนมองเห็นภาพ ๆ เดียวกันกับที่คุณสุรรัตน์ได้เห็น

เรื่องของหลวงปู่ดู่ท่าจะกล่าวถึงไม่ไหว เพราะได้มีผู้กล่าวถึงท่านมาก่อนแล้ว มากไม่น้อยเลยทีเดียวในที่หลายที่ ล้วนแล้วแต่แสดงคุณความดีอันไม่ต้องสงสัย แม้กระนั้นมรดกขลังของท่านยังมองคับแคบไปหน่อย เมื่อเทียบกับแพร่หลายที่ของขลังในครูบาอาจารย์องค์อื่นๆบางองค์,
ดูเหมือนจะจำกัดอยู่แม้กระนั้นหมู่ลูกศิษย์ที่รู้จักเลื่อมใสในวิถีปฏิบัติของท่านเพียงแค่นั้น
คนอื่นที่อยู่ไกลตัวท่านยังรอเวลาซึมซับบรรดามีที่เลื่อมใส เพื่อเริ่มขวนขวายใส่ใจในมรดกขลังที่เปี่ยมล้นคุณประโยชน์ อันท่านได้ฝากไว้

พระเครื่องรุ่นเปิดโลกคือมรดกเอกที่ใครคว้าไว้ได้ก็น่าจะถือเป็นทายาทคนที่ 1 แห่งพินัยกรรม เพราะนั่นคือพระดีที่มีคำยืนยันอย่างเด่นชัดจากองค์หลวงปู่เกษม เขมโก ปรากฏอยู่ดังคำบอกเล่าของคุณสุรรัตน์ ต่อไปนี้
“มีเรื่องที่น่ายินดีเป็นที่สุด เกี่ยวกับวัตถุมงคลที่หลวงปู่ดู่ได้อธิษฐานไว้ครั้งนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของผมเอง กล่าวคือ เมื่อครั้งที่ผมบวชอยู่วัดป่าสาละวันนั้นมีเพื่อนพระด้วยกันรูปหนึ่ง ท่านเป็นคนจังหวัดแพร่ เมื่อได้สนทนากันและได้มอบหนังสือพระผู้จุดประทีปในดวงใจ (ของปู่ดู่) ให้ท่านก็ทำท่าแปลกใจและครุ่นคิดมากหลังจากเห็นชื่อหลวงปู่ดู่ ผมถึงถามว่าท่านเป็นอะไรไป ท่านก็บอกว่ารู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาจากไหน และแล้วท่านก็ร้องอ๋อ..ยาวเหยียดพร้อมกับเล่าความหลังให้ฟังว่า ครอบครัวของท่านถึงแม้จะอยู่ไกลถึงจังหวัดแพร่ แต่ทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็มีความศรัทธาในหลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ เป็นยิ่งนัก ในระยะ 1-2 เดือนท่านและครอบครัวจะเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อเกษมครั้งหนึ่งเป็นประจำเสมอ คราวหนึ่งหลวงพ่อเกษมได้ถามคุณแม่ของท่านว่า รู้จักหลวงพ่อดู่วัดสะแกไหม คุณแม่ตอบว่าไม่รู้จัก ท่านก็ถามอีกว่าเคยได้ยินชื่อไหม คุณแม่ก็ส่ายหน้าว่าไม่เคยได้ยิน ท่านพูดต่อด้วยเมตตาว่า ให้ไปหาไว้เสีย เหรียญนี้กันนิวเคลียร์ได้ ผมถึงกับร้อง ฮ้า…ออกมาดัง ๆ ด้วยความไม่เชื่อหู รีบถามปากคอสั่นว่าท่านแน่ใจหรือท่านจำผิดหรือเปล่า ท่านก็ยืนยันว่าใช่แน่นอน โยมแม่ท่านยังกลับมาถามใครต่อใครถึงเรื่องเหรียญนี้อีกหลายครั้งว่าใครรู้จักบ้าง ผมนิ่งเงียบไปด้วยความอัศจรรย์ใจ ด้วยไม่เคยได้ยินผู้ใดพูดมาก่อน นอกจากท่านเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทราวาส แต่นั่นก็เป็นปฐวีธาตุที่ท่านอธิษฐานจิตเป็นพิเศษ”

เกี่ยวกับเหรียญเปิดโลกของหลวงปู่ดู่ วัดสะแกนี้ได้มีบันทึกพิธีปลุกเสกซึ่งเขียนโดยอาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์ แสดงรายละเอียดในการสร้างว่ามีอะไรบ้าง

  1. เหรียญทองคำ รูปหลวงปู่ทวด 250 เหรียญ
  2. เหรียญเงิน รูปหลวงปู่ทวด 1,036 เหรียญ
  3. เหรียญทองแดง รูปหลวงปู่ทวด 10,500 เหรียญ
  4. พระผงรูปหลวงปู่ทวดฝังพระธาตุ 360 องค์
  5. พระผงรูปหลวงปู่ทวดธรรมดา 4,640 องค์
  6. โปสเตอร์ รูปหลวงปู่ดู่ (มีใบโพธิเป็นฉากหลัง) 10,000 แผ่น
  7. ลูกแก้วสารพัดนึก 5,000 ลูก

วัตถุมงคลทุกรายการสร้างขึ้นเพื่อแจกฟรี ยกเว้นแต่เหรียญทองคำและเหรียญเงิน โดยคิดแค่ต้นทุน และสร้างตามจำนวนผู้สนใจจองไป
สำหรับเหรียญทองคำ, เงิน และทองแดง ได้นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อมกับเหรียญหลวงพ่อหวล ภูริทัตโต วัดพุทไธสวรรย์ ในงานพิธีนี้ได้นิมนต์ครูบาอาจารย์มาร่วมพิธีหลายรูป เช่น หลวงพ่อทิม วัดพระขาว หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิกบเจา และในฐานที่หลวงพ่อหวลเป็นพระอุปัชฌาย์ท่านอาจารย์ศุภรัตน์ จึงให้ท่านอาจารย์ศุภรัตน์นิมนต์หลวงปู่ดู่ด้วย

หลวงพ่อหวลไม่เคยรู้จักเห็นหน้าหลวงปู่ดู่มาก่อน และหลวงปู่ดู่ก็ไม่เคยรับนิมนต์ออกนอกวัด ซึ่งเป็นอธิษฐานวัตรเช่นเดียวกับที่ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ฯ ได้อธิษฐานจนตลอดชีวิต

หลวงพ่อหวลได้เล่าว่า ขณะที่ท่านกำลังจุดเทียนชัย ท่านเห็นพระรูปหนึ่งมายืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งเป็นพระที่ไม่เคยรู้จัก แต่ในขณะจิตนั้นเกิดนึกถึงหลวงปู่ดู่โดยไม่ตั้งใจ และหลังจากนั้นจึงได้เห็นภาพของหลวงปู่ดู่ ที่อาจารย์ศุภรัตน์นำมาถวาย ท่านจึงเอะอะนี่เป็นพระองค์เดียวกันกับที่ท่านเห็นในวันพิธีพุทธาภิเษก ตอนที่กำลังจุดเทียนชัย

นับว่าแปลกดี

หลวงปู่ดู่ก็ได้กล่าวไว้ด้วย
“เดี๋ยวจะว่าข้าโกหก ของงี้ใครตาดีก็ดูกันเอาเอง”

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม 2532 เป็นวันพิธีปลุกเสกพระรุ่นเปิดโลกที่แท้จริง ผู้คนมาร่วมพิธีมากมายเกินคาดหมายและของที่นำเข้าพิธีทั้งของหลักและของฝากพิธี มีจนสูงล้นท่วมองค์หลวงปู่ดู่

ในการนี้ท่านอาจารย์ศุภรัตน์ได้รำพึงว่า
“ทุกคนที่มาในพิธีนี้อาจคิดไม่ถึง นี่จะเป็นวาระสุดท้ายที่หลวงปู่จะโปรดบรรดาศิษย์ของท่าน” เพราะว่าหลังจากพิธีนี้ไม่นานเดือนท่านก็มรณภาพ

ภายหลังพิธีเสร็จสิ้นลง หลวงปู่ดู่ได้บอกว่าเกือบจะปลุกเสกไม่ได้ เนื่องจากมีคนจัดยาถวายท่านผิด ทำให้ท้องเสียจนถ่ายท้องหลายครั้ง ครั้นเมื่อถึงพิธีกลับทำได้

“เวลาที่เริ่มต้นอธิษฐานจิตปลุกเสกประมาณ 2 ทุ่มเศษ ใช้เวลาปลุกเสกนาน 20 กว่านาทีเท่านั้น ได้เรียนถามท่านว่าทำไมใช้เวลาน้อยนัก ท่านว่าเพียงมาต่อยอด เพราะได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้วระหว่างพิธี ศิษย์ที่มีสัมผัสดี ๆ บอกว่า เกิดรู้สึกแปลก ๆ ในสถานที่ปลุกเสก (วัดสะแก) ผู้มีสมาธิพบว่า มีพุทธนิมิตเป็นรูปหลวงปู่ทวดองค์เล็กองค์ใหญ่เต็มเกลื่อนท้องฟ้าเหนือวัดสะแก” อาจารย์ศุภรัตน์กล่าว

ที่ต้องบันทึกไว้เป็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือคำพูดของหลวงปู่ดู่ ที่มีขึ้นในระหว่างพิธีดังนี้

“ยกของ (วัตถุมงคล) ทั้งหมดมาที่วัดสะแก อย่าเพิ่งวางลง ทำทักษิณาวัตรรอบภูเขาบุญเสียก่อน 3 รอบ ตอนนี้หลวงพ่อทวดอยู่ที่ไหน ลอยอยู่ในอากาศเห็นหรือยัง อัญเชิญพุทธนิมิตหลวงพ่อทวดมาปฏิสนธิสถิตในของทั้งหมด ดูซิ ของทั้งหมดสว่างไสวไปหมด แสงแตกกระจายออกไปเหมือนไฟพะเนียงแตก ขอหลวงพ่อทวดคุ้มครองรักษาฝากเทวดาช่วยปกป้องรักษาของทั้งหมดนี้ตลอดไป ปิดอันตรายทุกอย่าง ตั้งใจให้ดี อุทิศส่วนกุศลไปให้โดยรอบสุดจักรวาล อนันตจักรวาล ฉันจะให้พรแทน”

หลวงปู่ดู่ได้กล่าวว่า ของทั้งหมดนี้ท่านอธิษฐานแบบเปิดสามโลกให้
ศิษย์ทั้งหลายจึงพร้อมใจกันเรียกชื่อเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นนี้ว่า “รุ่นเปิดโลก”

อาจารย์ศุภรัตน์ได้อธิบายถึงภูเขาบุญที่ท่านกล่าวถึงว่าเป็นภูเขากว้าง 1 เส้น ยาว 1 เส้น สูง 1 เส้น มีรัศมีสว่างไสว ภูเขานี้ท่านเป็นผู้อธิษฐานให้มีขึ้น ในสมัยท่านพากเพียรประพฤติปฏิบัติ มีอยู่ 4 ลูก สถิตอยู่ทิศทั้ง 4, 1 ใน 4 ลูกนั้นอยู่ที่วัดสะแก เพื่อให้วิญญาณทั้งหลายทั้งสูงทั้งต่ำเมื่อได้เห็นภูเขาบุญของท่าน ก็จะเกิดบุญกุศลแก่สรรพวิญญาณเหล่านั้น ท่านยังกล่าวฝากฝังให้เทวดาช่วยปกปักรักษาโดยอธิษฐานให้ของทั้งหมดนี้ คงความศักดิ์สิทธิ์อยู่ได้ 1 กัป เพื่อให้ถึงยุคพระศรีอริยเมตไตรย์ นั่นเอง

เห็นจะเพลา ๆ เรื่อง “เปิดโลก” ไว้เท่านี้ก่อน เพราะคงต้องความลี้ลับ มหัศจรรย์อยู่มากมายเกินไป จนต้องให้ถึงกับยั้งๆปาก ยั้งๆมือเขียนไว้บ้าง

ขออภัยที่เปิดโลกนี้เปิดไม่ถึงใจว่างั้นเถอะ

แต่ที่ยกเอาพระเครื่องอีกรุ่นหนึ่งของท่านมาเสริมในช่วงสุดท้ายนี้ เพราะเห็นว่ามีความแปลกประหลาดเอาการ เรียกชื่อว่าพระผงธรรมธาตุ มีลักษณะเป็นพระผงธรรมดาพื้นๆ เนื้อหามวลสารไม่ได้พิสดารพันลึกอะไร คล้ายกับจะหล่อขึ้นด้วยปูนทำนองปูนปลาสเตอร์ แต่ทำไมกลับมีผลึกใสเกิดขึ้นได้

คุณสุรรัตน์ นิโครธานนท์ บอกว่าแปลกใจมากที่พระของท่านขึ้นพระธาตุได้ ท่านบอกว่าไม่ใช่พระธาตุ แต่เป็น “พระธรรมธาตุ”

ที่น่าพิศวงเป็น ยิ่งใครสวดมนตร์ภาวนามากมายๆจะเพิ่มจำนวนได้ด้วย นับเป็นของหายากยิ่ง หากแม้ในพระรุ่นเดียวกัน 100 องค์ จะมีพระธรรมธาตุสัก 10 องค์ ก็แสนยาก

แบบอย่างพระผงที่ขึ้นพระธาตุก็ได้ลงเผยแพร่แล้ว ขอให้พิจารณามองผลึกใสๆที่คล้ายผลึกของสารส้มนั้นว่าเป็นอะไรแน่ คนไหนกันแน่ทราบจริงโปรดชี้แจงด้วย

ทั้งผองนี้เป็น หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะมึง อยุธยา ที่ไม่บางทีอาจเสนอแนะได้ว่า มรดกขลังเปิดโลกของท่านจะสืบหาถึงที่เหมาะไหน นอกจากจะต้องขวนขวายค้นหากันเอาเอง

ขอให้พบเปิดโลกโดยสะดวกทุกๆคน…

วัตถุมงคล

วัตถุมงคล รูปถ่ายและตะกรุด 3 กษัตริย์ (พ.ศ. 2510)

วัตถุมงคล

รูปถ่ายและตะกรุด 3 กษัตริย์ (พ.ศ. 2510) วัตถุมงคล

ปีเดียวกันกับที่มีพระเกษออกมา คุณกฤษณะแล้วก็แม่ชีวิไลได้ถือวิสาสะสร้างรูปหลวงพ่อพร้อมด้วยตะกรุด 3 กษัตริย์เลี่ยมรวมกันใน กรอบพลาสติก เป็นปริมาณโดยประมาณ 500 อัน พร้อมด้วยทำบล็อคพระเครื่องรูปหลวงพ่อ นั่งในซุ้มระฆังอย่างพระสมเด็จฯ โดยจ้างช่างในจังหวัดนครสวรรค์ทำให้ ฯ

บล็อกพระเครื่องได้เอามามอบให้หลวงพ่อ ส่วนรูปถ่ายแล้วก็กะตรุด 3 กษัตริย์ไม่มอบ

ถัดมาหลวงพ่อทราบดีว่าได้มีการสร้างภาพถ่ายและก็ตะกรุด3 กษัตริย์ด้วย ก็สั่งให้แม่ชีวิไลนำภาพถ่ายแล้วก็กะตรุด 3 กษัตริย์มามอบให้ท่าน ด้วยเหตุว่าเกรงว่าจะเป็นการสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ตน (ความจริงเรียกว่ายึดมา) เมื่อแม่ชีวิไลนำภาพถ่ายรวมทั้งตะกรุด 3 กษัตริย์มามอบหลวงพ่อแล้ว หลวงพ่อก็นำออกจ่ายแจกแก่ญาติโยมทั่วๆไปจนกระทั่งหมด

ภาพถ่ายและก็ตะกรุด 3 กษัตริย์ ก็เลยถือได้ว่าวัตถุมงคลรุ่น 2…